ย้อนกลับ

ความเป็นมาไฮโล เกมส์พนันที่ควรรู้จักมากขึ้น


ความเป็นมาไฮโล เกมส์พนันที่ควรรู้จักมากขึ้น

ไฮโล เป็นเกมส์การพนันที่อยู่คู่กับวงการพนันไทยมาตั้งแต่อดีต จึงเป็นที่นิยมกันมากในหมู่นักพนันไทย โดยมักจะเล่นกันในงานมหรสพหรืองานรื่นเริงต่าง ๆ ซึ่งอุปกรณ์หลักในการเล่นไฮโลคือ ลูกเต๋า ทำให้นักพนันบางคนเรียกเกมส์การพนันนี้ว่าเกมส์ลูกเต๋า หรือเกมส์ทายสูง – ต่ำไฮโล ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าไฮโลมีที่มาหรือต้นกำเนิดมาจากไหน วันนี้ทาง SEXY365  จะพาไปดูที่มาของเกมส์นี้กันว่ามีที่มาเป็นอย่างไร ทำไมถึงเป็นที่นิยมและอยู่คู่กับวงการพนันไทยมาอย่างยาวนาน

ที่มาของเกมส์ไฮโล 

ไฮโล มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยคนงานก่อสร้างใช้อิฐหรือก้อนดินเผามาทำตัวเลขกำกับลงไปโดยการสลัก จากนั้นโยนก้อนอิฐที่สลักเลขกำกับแต่ละด้านนี้ลงไปบนพื้นและทายกันว่าจะออกเป็นหมายเลขอะไร ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีกฎกติกาที่ตายตัว แล้วแต่ว่าจะกำหนดอะไร ต่อมาเกมส์นี้ก็ได้ถูกเรียกว่า ‘ชิคโป’ และพัฒนาจากการสลักตัวเลขลงก้อนอิฐมาเป็นการใช้ลูกเต๋า จากนั้นเกมส์นี้ก็ได้รับความนิยมไปอย่างแพร่หลายและเปลี่ยนเป็นชื่อว่า ไฮโล โดยเกมส์ไฮโลยังมีชื่ออื่นอีกสองชื่อที่เรียกกัน คือ Tai Sai และ Dai Sai ซึ่งจะเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และเกมส์นี้ก็ได้รับความนิยมต่อไปยังแถบใกล้เคียงประเทศจีนอีกหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออก ทั้งฟิลิปปินส์และเกาหลี โดยแถบนี้จะเรียกเกมส์พนันนี้ว่า ไฮโล        

วิธีการเล่นเกมส์ไฮโล

วิธีการเล่นไฮโลจะใช้ลูกเต๋า 3 ลูกในการเล่น โดยเจ้ามือจะนำลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกใส่ภาชนะที่มีฝาครอบและเขย่า จากนั้นให้ผู้เล่นแต่ละคนวางเดิมพันลงในช่องเดิมพันที่แบ่งออกเป็นรูปแบบการเดิมพันแบบต่าง ๆ โดยแต่ละช่องก็จะมีอัตราการจ่ายผลตอบแทนแตกต่างกันไป ซึ่งปัจจุบันตามเว็บคาสิโนออนไลน์ก็มีการพัฒนาระบบการเล่นให้มีความง่ายและสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ครอบลูกเต๋าให้มีความโปร่งใส ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้เล่นในการวางเดิมพันมากขึ้น

กติกาการเล่นเกมส์ไฮโล

ปัจจุบันนี้การเล่นไฮโลจะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบพื้นบ้านและแบบออนไลน์ ซึ่งการเล่นไฮโลแบบพื้นบ้านจะมีความแตกต่างจากการเล่นไฮโลแบบออนไลน์อยู่บ้าง คือ การเล่นไฮโลแบบพื้นบ้านจะใช้ภาชนะอย่างเช่นตะกร้าในการใส่ลูกเต๋าและใช้แรงคนในการเขย่า ส่วนไฮโลแบบออนไลน์จะใช้เป็นโหลแก้วและใช้เครื่องในการเขย่า สำหรับกติกาการเล่นไฮโลออนไลน์ก็คือ จะกำหนดเวลาในการให้ผู้เล่นวางเดิมพันลงช่องต่าง ๆ 30 วินาที ผู้เล่นแต่ละคนต้องรีบตัดสินใจวางเดิมพันก่อนที่เวลาจะหมดลง หากเกินเวลาเดิมพันไปแล้วจะไม่สามารถลงเดิมพันได้ ต้องรอให้จบเกมส์และรอเล่นรอบต่อไป และเมื่อครบกำหนดเวลา 30 วินาทีแล้ว เครื่องจะทำการเขย่าลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกที่อยู่ในโหลแก้ว หากเปิดออกมาแล้วหน้าลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกออกมาตรงกับรูปแบบการวางเดิมพันใด ผู้เล่นที่เลือกวางเดิมพันนั้นก็ชนะไป

รูปแบบการเล่นไฮโล 

ไฮโลใช้ลูกเต๋าในการเล่น 3 ลูก ซึ่งลูกเต๋าแต่ละลูกก็จะมี 6 ด้าน ดังนั้นการเดิมพันของไฮโล (เรียกกันสั้น ๆ ว่า การแทง) จึงมีรูปแบบการวางเดิมพันที่หลากหลาย  ดังนี้

การแทงสูง – ต่ำ  

การแทงสูง – ต่ำ  เป็นรูปแบบการแทงไฮโลที่นักพนันไฮโลนิยมกันมากที่สุด จะถือว่าเป็นการแทงแบบคลาสสิคเลยก็ว่าได้ โดยการแทงสูง – ต่ำจะมีหลักการในการแทง คือ

  • แทงสูง จะชนะได้ก็ต่อเมื่อผลบวกของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก มากกว่า 12 แต้มขึ้นไป โดยสูงสุดจะอยู่ที่ 18 แต้ม
  • แทงต่ำ จะชนะได้ก็ต่อเมื่อผลบวกของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก อยู่ระหว่าง 4 – 10

อัตราการจ่ายผลตอบแทนในการแทงสูง – ต่ำ จะเท่ากับการแทงแบบเต็ง คือ 1 : 1 ซึ่งโอกาสที่จะชนะไม่ว่าจะแทงสูงหรือแทงต่ำ ก็มีโอกาสสูงถึง 45% 

การแทงเต็ง 

การแทงเต็งเป็นการแทงตัวเลขแค่ตัวเดียว เช่น แทงว่าจะออกเลข 2 (เรียกว่า เต็งสอง), แทงว่าจะออกเลข 4 (เรียกว่า เต็งสี่) เป็นต้น การแทงเต็งมีโอกาสที่จะชนะอยู่มาก เพราะลูกเต๋ามี 3 ลูก มีความเป็นไปได้สูงที่ลูกใดลูกหนึ่งจะออกมาเป็นเลขที่เต็งไว้ ดังนั้น การแทงเต็งแบบนี้จึงได้ผลตอบแทนน้อยกว่าการแทงแบบอื่น ๆ ซึ่งอัตราการจ่ายผลตอบแทนจะอยู่ที่ 1 : 1 เช่น ถ้าแทง 100 บาท ก็จะได้ 100 บาท 

การแทงโต๊ด 

การแทงโต๊ดเป็นการแทงเลข 2 ตัว เช่น แทงเลข 1 กับ 6 ลูกเต๋าที่ออกมาจะต้องเป็นเลขที่เราแทงไว้อย่างน้อย 2 ลูก เช่น ออกเลข 1-4-6, 2-1-6 ถึงจะถือว่าแทงถูกและได้เงินไป แต่ถ้าลูกเต๋าออกมาแค่ตัวเลขเดียวจากที่เราแทง เช่น 4-5-6, 1-2-3 แบบนี้จะถือว่าเราแทงผิด ไม่ได้เงิน การแทงโต๊ดมีความเสี่ยงสูงกว่าการแทงเต็ง แต่อัตราผลตอบแทนก็มากกว่าเช่นกัน คือ 1 : 5 หมายถึงจะได้เงินตอบแทนถึง 5 เท่า เช่น วางเงินแทงโต๊ด 100 บาท ถ้าแทงถูกก็จะได้เงินมากถึง 500 บาท ทำให้นักพนันหลายคนชอบที่จะเสี่ยงในการแทงโต๊ด 

การแทงคู่ – คี่

การแทงคู่ – คี่ คือการทายว่าผลบวกของลูกเต๋าที่ออกมาทั้ง 3 ลูก เป็นเลขคู่หรือเลขคี่ เช่น เลือกแทงคู่ เมื่อเปิดลูกเต๋าออกมาแล้วเป็น 1-2-3 ผลบวกก็เท่ากับ 6 ซึ่งเป็นเลขคู่ ก็จะชนะไป โดยการแทงรูปแบบนี้มีโอกาสถึง 50% ที่จะชนะ อัตราการจ่ายผลตอบแทนจึงอยู่ที่ 1 : 1 

การแทง 11 

การแทง 11 เป็นการแทงที่เสี่ยงที่สุด โอกาสการชนะมีอยู่เพียงแค่ 10% เท่านั้น โดยเป็นการแทงว่าผลรวมที่ออกมาของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก บวกกันได้เท่ากับ 11 เมื่อมีความเสี่ยงมากอัตราการจ่ายผลตอบแทนก็มากตามไปด้วยคือ 1 : 5 ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแต่ละเว็บ โดยเว็บคาสิโนออนไลน์บางเว็บก็จ่ายผลตอบแทนสูงถึง 11 เท่าเลยทีเดียว เช่น ถ้าเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท และแทง 11 ถูก ก็จะได้ผลตอบแทนถึง 1,100 บาท เลยทีเดียว