ย้อนกลับ

ประวัติไพ่เสือมังกรที่นักเดิมพันควรรู้


ประวัติไพ่เสือมังกรที่นักเดิมพันควรรู้

ไพ่เสือมังกร คือเกมส์ไพ่ชนิดหนึ่งที่มีวิธีการเล่นคล้ายกับบาคาร่า แต่ว่าจะมีวิธีเล่นที่มีความซับซ้อนน้อยกว่ามาก ระยะเวลาในการเล่นสั้น ไม่กินเวลานาน รวดเร็วทันใจ ทำให้ไพ่เสือมังกรเป็นที่ฮอตฮิตขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่นักพนันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในบทความนี้ก็จะพามารู้จักต้นกำเนิดและประวัติของไพ่เสือมังกรว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร

ประวัติความเป็นมาของเกมส์ไพ่เสือมังกร 

เกมส์ไพ่เสือมังกร หรือ Dragon Tiger เกิดจากการที่นักพนันต้องการผลตอบแทนที่รวดเร็วที่สุดหลังจากการลงทุน โดยไพ่มังกรถือกำเนิดและเกิดการเล่นครั้งแรกในประเทศกัมพูชา เป็นเกมส์ไพ่ที่ดัดแปลงมาจากการเกมส์ไพ่หลายแบบโดยใช้ไพ่แค่ใบเดียวในการตัดสินผลการเดิมพัน ลักษณะการเล่นมีความคล้ายกับเกมส์ไพ่บาคาร่าและเกมส์ไพ่โป๊กเกอร์ เพียงแต่มีระยะเวลาการเล่นที่สั้นมากกว่าบาคาร่าและโป๊กเกอร์ ทำให้เกมส์ไพ่เสือมังกรเหมาะกับนักพนันที่ใจร้อนต้องการกำไรจากระยะเวลาอันสั้น ไม่ต้องใช้เวลาในการรอคอยนาน จึงทำให้เป็นเกมส์ที่ได้รับการยอมรับจากนักพนันจนกลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก โดยเกมส์ไพ่เสือมังกร เป็นเกมส์ไพ่ที่มีวิธีการเล่นไม่ได้ซับซ้อนมาก รูปแบบของการลงเดิมพันก็มีไม่มาก สามารถทำความเข้าใจกติกาและวิธีการเล่นได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งได้ผลตอบแทนกลับมารวดเร็วทันใจ จึงทำให้ไพ่เสือมังกรเป็นเกมส์ที่เหมาะกับนักพนันมือใหม่เช่นกัน 

กติกาและวิธีเล่นไพ่เสือมังกร

การเล่นไพ่เสือมังกรจะใช้ไพ่เพียงแค่ 1 ใบ ในการตัดสินแพ้ชนะ ไม่มีการจั่วไพ่หรือเปิดไพ่เพิ่มเหมือนกับไพ่บาคาร่า กติกาก็คือ ผู้เล่นจะต้องเลือกลงเดิมพัน (แทง) ว่าฝั่งเสือหรือฝั่งมังกรจะมีแต้มหน้าไพ่มากกว่ากัน ซึ่งรูปแบบการแทงจะมีให้เลือกแทงแค่ 3 รูปแบบเท่านั้น โดยขั้นตอนในการเล่นเกมส์ไพ่เสือมังกร จะมีขั้นตอนในการเล่นคือ

1. ผู้เล่นเลือกแทงว่าจะแทงฝั่งเสือ มังกร หรือแทงเสมอ

2. เมื่อผู้เล่นเลือกรูปแบบการแทงแล้ว ดีลเลอร์หรือเจ้ามือจะทำการแจกไพ่วางไว้ฝั่งละ 1 ใบ คือ ฝั่งเสือกับฝั่งมังกร

3. ดีลเลอร์หรือเจ้ามือเปิดไพ่แต่ละฝั่งเพื่อดูผลว่าฝั่งไหนมีแต้มมากกว่า (หรือทั้งสองฝั่งมีแต้มเสมอกัน) ผู้เล่นที่แทงไว้ฝั่งนั้น ๆ ก็จะชนะทันที 

รูปแบบการแทงไพ่เสือมังกร

แทงฝั่งมังกร ( Dragon )

หากผู้เล่นแทงฝั่งมังกร หรือฝั่งสีแดง หมายถึง ทายว่าแต้มหน้าไพ่ของฝั่งมังกรมากกว่าแต้มหน้าไพ่ของฝั่งเสือ โดยฝั่งมังกรจะได้เปิดไพ่ก่อน ทำให้รู้ผลของแต้มฝั่งมังกรก่อน หากแต้มน้อยก็หมดสิทธิ์ลุ้นทันที แต่ถ้าแทงถูกอัตราการจ่ายเงินจะอยู่ที่ 1 : 1    

แทงฝั่งเสือ ( Tiger )

หากผู้เล่นเลือกแทงฝั่งเสือ หรือฝั่งสีน้ำเงิน หมายถึง การทายว่าแต้มหน้าไพ่ของฝั่งเสือมากกว่าแต้มหน้าไพ่ของฝั่งมังกร ซึ่งฝั่งเสือจะได้เปิดไพ่ทีหลัง หากเปิดไพ่ฝั่งมังกรออกมาแล้วมีแต้มสูงก็ทำให้ใจเสียได้เหมือนกัน อัตราการจ่ายเงินเมื่อแทงฝั่งเสือก็อยู่ที่ 1 : 1 เหมือนกับแทงฝั่งมังกร    

แทงเสมอ ( Tie ) 

การแทงเสมอ คือการทายว่าแต้มหน้าไพ่ของทั้งสองฝั่งมีค่าเท่ากัน แต่การเล่นไพ่เสือมังกรนั้นโอกาสที่ไพ่ทั้งสองฝั่งจะมีแต้มเสมอกันมีน้อยมาก ทำให้มีความเสี่ยงสูงหากจะแทงเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม หากแทงชนะก็มีอัตราการจ่ายเงินสูงถึง 1 : 8 เลยทีเดียว