ย้อนกลับ

ทำความเข้าใจกติกาและวิธีการเล่นโป๊กเกอร์


ทำความเข้าใจกติกาและวิธีการเล่นโป๊กเกอร์

เกมไพ่โป๊กเกอร์ เป็นเกมไพ่ลำดับต้น ๆ ที่นักพนันชื่นชอบ โดยได้รับความนิยมอย่างมากจนถึงระดับที่ว่ามีการจัดแข่งขันทัวร์นาเมนต์เลยทีเดียว ซึ่งเสน่ห์ของโป๊กเกอร์ก็คือไม่ใช่เกมที่อาศัยดวงในการเล่นเท่านั้น แต่เป็นเกมที่ต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ไพ่ของผู้เล่นผนวกกับกลยุทธ์ทางจิตวิทยาอยู่พอสมควร ส่วนวิธีการเล่นโป๊กเกอร์จะค่อนข้างแตกต่างจากเกมไพ่อื่น ๆ ฉะนั้น ก่อนจะลงสนามเกมไพ่โป๊กเกอร์ ผู้เล่นจะต้องทำความเข้าใจกติกาและวิธีการเล่นให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อช่วยให้ผู้เล่นสามารถเอาชนะในเกมไพ่โป๊กเกอร์ได้

ศัพท์ที่ควรทำความเข้าใจเบื้องต้น

  • Dealer – ดีลเลอร์ หรือผู้แจกไพ่ 
  • Blind – ค่าที่ใช้กำหนดการวางเงินเดิมพันเริ่มต้น 
  • Small Blind ตำแหน่งด้านซ้ายของดีลเลอร์ จะต้องวางเดิมพันครึ่งหนึ่งของจำนวน Blind 
  • Big Blind – ตำแหน่งด้านด้านซ้ายของดีลเลอร์ถัดจาก Small Blind โดยจะต้องวางเดิมพันเต็มจำนวน Blind
  • Flop – ไพ่กองกลาง
  • Call – วางเงินเดิมพันเท่ากับ Blind เพื่อเล่นต่อในตานั้น
  • Raise – เพิ่มเงินเดิมพัน สามารถเพิ่มได้ตามลิมิตของเกมนั้น ๆ 
  • Fold – การหมอบไพ่ทิ้งไป คือ เลิกเล่นในตานั้น
  • Check – ปล่อยผ่าน ไม่วางเงินเดิมพันเพิ่ม  
  • Bet – การเพิ่มเงินเดิมพัน
  • Pot – เงินเดิมพันกองกลางบนโต๊ะ

กติกาการเล่น

  • การเล่นโป๊กเกอร์สามารถเล่นได้ตั้งแต่ 2 – 10 คน ต่อโต๊ะ 
  • ตำแหน่งการเล่นหลัก ๆ ของโป๊กเกอร์ก็จะมี Dealer (ดีลเลอร์), Small Blind และ Big Blind
  • ผู้เล่นจะต้องทำไพ่ 5 ใบให้ดีที่สุด โดยจะได้รับไพ่ 2 ใบในการเริ่มต้นเกม และจะมีการเปิดไพ่กองกลางเพิ่มอีก 5 ใบ โดยโป๊กเกอร์แบ่งการเปิดไพ่เป็น 3 รอบ คือ Flop เปิด 3 ใบ, Turn เปิด 1 ใบ และ River เปิด 1 ใบ
  • โป๊กเกอร์จะตัดสินแพ้ชนะโดยดูจากลำดับความใหญ่ของไพ่

วิธีเล่นโป๊กเกอร์

1. ก่อนการเล่นโป๊กเกอร์ Big Blind และ Small Blind จะต้องทำการวางเงินเดิมพันก่อน

2. ดีลเลอร์ทำการแจกไพ่ให้ผู้เล่นทุกคน คนละ 2 ใบ เรียกว่า Hole card โดยไพ่ที่ได้ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด

3. เมื่อผู้เล่นทุกคนได้ไพ่บนมือครบแล้ว ผู้เล่นคนที่อยู่ถัดจาก Big Blind จะเป็นผู้เริ่มเล่นคนแรก 

4. ถ้าผู้เล่นได้ไพ่บนมือไม่น่าเล่น สามารถหมอบได้ คือเลิกเล่นในตานั้นโดยไม่ต้องวางเงินเดิมพัน ส่วนผู้เล่นคนไหนที่คิดว่าได้ไพ่ดี จะสู้ต่อ ก็วางเงินเดิมพันลงไป เวียนไปจนครบทุกคน การเล่นโป๊กเกอร์รอบนี้เรียกว่า Pre – Flop

5. โป๊กเกอร์ตานั้นจะดำเนินต่อไปได้ หากมีผู้เล่นเกิน 2 คน และดีลเลอร์จะทำการเปิดไพ่กองกลางรอบแรก จำนวน 3 ใบ การเล่นรอบนี้จะเรียกว่า Flop

6. หลังจากที่ไพ่กองกลางรอบแรกถูกเปิด ผู้เล่นตำแหน่ง Small Blind จะเล่นเป็นคนแรก ซึ่งในกรณีนี้ถ้าตำแหน่ง Small Blind ได้หมอบไปแล้วในรอบ Pre – Flop ก็ให้ผู้เล่นคนถัดไปทางซ้ายมือเป็นคนเริ่มเล่นคนแรกแทน

7. ผู้เล่นสามารถ Check เพื่อผ่าน โดยไม่ลงเงินเดิมพันเพิ่มได้ หรือ Raise เพื่อเพิ่มเงินเดิมพัน ถ้าคิดว่าไพ่ในมือดี และ Fold เพื่อหมอบ หากคิดว่าไพ่ในมือไม่สามารถสู้คนอื่นได้

8.  ดีลเลอร์จะเปิดไพ่กองกลางรอบที่ 2 อีก 1 ใบ เรียกว่า Turn และให้ผู้เล่นที่เหลืออยู่วางเดิมพันสู้กันต่อไปเหมือนเดิม

9. หลังจากวางเดิมพันและยังเหลือผู้เล่นโป๊กเกอร์อยู่ ไพ่กองกลางใบสุดท้ายจะถูกเปิด เรียกว่า River ซึ่งตอนนี้จะมีไพ่กองกลางครบทั้ง 5 ใบแล้ว

10. ผู้เล่นรวมไพ่ในมือ 2 ใบ และไพ่กองกลางทั้ง 5 ใบ เพื่อหาว่าใครเป็นผู้มีไพ่ในมือใหญ่ที่สุด และจะเป็นผู้ชนะในเกมโป๊กเกอร์ไป หากไพ่ของผู้เล่นเหมือนกัน ตัวคุมเท่ากัน ก็คือเสมอกัน เงินเดิมพันตรงกลางก็จะถูกแบ่งไปเท่า ๆ กัน

การตัดสิน – ลำดับความใหญ่ของไพ่

การตัดสินโป๊กเกอร์จะตัดสินกันที่ความใหญ่ของไพ่ โดยลำดับของไพ่เรียงจากมากไปน้อย คือ

1. Royal Flush (รอยัล ฟลัช) 

คือ มีไพ่ A, K, Q, J, 10 และมีดอกเดียวกัน

2. Straight Flush (สเตรทฟลัช)

คือ ไพ่ 5 ใบที่เรียงลำดับกัน 

3. Four of a Kind (โฟร์การ์ด)

คือไพ่ที่มีแต้มเดียวกัน 4 ใบ แต่ไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน

4. Full House (ฟูลเฮาส์)

คือ มีไพ่ตอง และไพ่คู่

5. Flush (ฟลัช) หรือสี

คือ ไพ่ทั้ง 5 ใบ มีดอกเดียวกัน

6. Straight (สเตรท) หรือเรียง

คือ ไพ่ทั้ง 5 ใบ มีแต้มเรียงกัน และไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน

7. Three of a Kind (ตอง)

คือ มีไพ่แต้มเหมือนกัน 3 ใบ

8. Two Pair (2 คู่)

คือ มีไพ่แต้มเหมือนกัน 2 คู่

9. One Pair (1 คู่)

คือ มีไพ่แต้มเหมือนกัน 1 คู่ หรือ2 ใบ

10. High Card (ไพ่สูง)

ไพ่ที่นอกเหนือจากไพ่ลำดับ 1 – 9 โดยหากไม่มีผู้เล่นคนไหนได้ไพ่ตามนั้น ก็จะตัดสินกันที่แต้มสูงสุดของไพ่ โดยการเรียงแต้มที่มีค่ามากที่สุดไปน้อยสุดของโป๊กเกอร์ คือ A, K, Q, J, 10, 9, 8, 7 ,6, 5, 4, 3 และ 2

เมื่อทำความเข้าใจกติกาและวิธีการเล่นโป๊กเกอร์ได้แล้ว ผู้เล่นก็จะสามารถเล่นโป๊กเกอร์ได้สนุกมากขึ้น โดยความสนุกของโป๊กเกอร์คือการใช้จิตวิทยาในการเล่น เช่น ผู้เล่นที่เพิ่มเงินเดิมพันเยอะ ๆ อาจจะไม่ได้มีไพ่ที่ดีในมือก็ได้ แต่เป็นการใช้หลักจิตวิทยาเพื่อข่มผู้เล่นคนอื่นให้ยอมหมอบ เป็นต้น ซึ่งการจะเล่นโป๊กเกอร์ให้เก่งได้ต้องอาศัยการฝึกฝนจากการลงสนามจริงให้มาก ๆ เพื่อให้คุ้นชินกับการใช้จิตวิทยาในการเล่นโป๊กเกอร์ได้หลากหลายรูปแบบนั่นเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง