ย้อนกลับ

เจาะลึกประวัติไพ่ “ แบล็กแจ็ก ”


เจาะลึกประวัติไพ่ “ แบล็กแจ็ก ”

Blackjack หรือชื่อภาษาไทยที่นักพนันชาวไทยรู้จักกันดีว่า แบล็กแจ็ก ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเกมส์ไพ่ Twenty one เพราะเป็นเกมส์ไพ่ที่ตัดสินผลแพ้ชนะกันที่แต้ม 21 นั่นเอง โดยที่ผลรวมไพ่ของผู้เล่นหรือเจ้ามือที่เท่ากับ 21 แต้ม หรือใกล้เคียง 21 แต้มแต่ต้องไม่เกิน จะเป็นผู้ชนะในเกมส์นั้น ๆ หากว่าแต้มรวมได้ตรง 21 แต้มพอดี จะเรียกไพ่แบบนี้ว่า แบล็กแจ็ก แต่ในทางกลับกันหากผู้เล่นหรือเจ้ามือที่ได้แต้มรวมไพ่มากกว่า 21 แต้มจะถือว่าเป็นฝ่ายแพ้ทันที 

อธิบายมาถึงขนาดนี้แล้วหากเพื่อน ๆ คนไหนที่เป็นมือใหม่และยังมองเห็นภาพเกมส์แบล็กแจ็กไม่ชัดเท่าไหร่ เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่างมากยิ่งขึ้น เจาะลึกกันที่ประวัติไพ่แบล็กแจ็กและต่อเนื่องมาในปัจจุบัน รับรองเลยว่าเพื่อน ๆ ที่อ่านแล้วจะต้องเข้าใจทะลุทะลวงอย่างแน่นอน ไปดูกันครับว่าความเป็นมาจะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง 

ประวัติความเป็นมาของเกมส์ไพ่แบล็กแจ็ก

ความเป็นมาของการเดิมพันด้วยไพ่ที่เรียกว่า แบล็กแจ็ก ได้มีการสันนิษฐานว่ามีต้นกำเนิดจากเกมส์ไพ่เก่าแก่ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งไม่พบหลักฐานที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน แต่พบว่ามีการเดิมพันด้วยไพ่ที่มีชื่อว่า Vingt-et-un หากแปลจะได้ความหมายว่า ยี่สิบและหนึ่ง หรือ หมายเลข 21 นั่นเองค่ะ และแน่นอนว่าในการสื่อความหมายของเกมส์ไพ่นี้มีความคล้ายคลึงกับไพ่แบล็กแจ็กอยู่พอสมควร อีกทั้งมีการบันทึกว่าเกมส์ไพ่เก่าแก่นี้มีรูปแบบการเล่นที่ผู้ชนะจะต้องมีแต้มใกล้เคียง 21 และต้องไม่เกิน 21 แต้มอีกด้วย

ข้อมูลสำคัญที่สามารถสนับสนุนความเป็นมาของไพ่แบล็กแจ็กได้ดีอีกแหล่ง นั่นคือการพบหลักฐานว่าชาวอิตาเลียนมีการเดิมพันเกมส์ไพ่ ด้วยการตัดสินผู้ชนะจากแต้มไพ่ที่ต้องรวมกันได้ 7.5 แต้มและหากเกิน 7.5 จะถือว่าผู้เล่นคนนั้นแพ้ทันที รวมถึงการเดิมพันในรูปแบบแต้ม 31 ซึ่งมีการกำหนดค่าสูงสุดที่มีความเป็นไปได้ว่าคือจุดเริ่มต้น หรืออาจได้รับอิทธิพลมาโดยตรง 

ซึ่งจากหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถยืนยันได้มากที่สุด คือการค้นพบเกมส์ไพ่แบล็กแจ็กในคาสิโนประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณปี ค.ศ.1800 ซึ่งในช่วงแรก ๆ ยังไม่ได้รับความนิยมมากเหมือนในปัจจุบัน ทำให้ทางคาสิโนดึงดูดเหล่านักเดิมพันด้วยการเสนอเงินรางวัลที่มากกว่าเกมส์ไพ่อื่น ๆ มากถึง 10:1 หากสามารถคว้าชัยชนะได้ด้วยไพ่แบล็กแจ็ก 2 ใบแรกได้ก่อน และนั่นก็ช่วยให้เกมส์ไพ่แบล็กแจ็กเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากนักเดิมพันมากยิ่งขึ้น 

จากนั้นในปี ค.ศ.1931 ได้มีการนำรูปแบบการเดิมพันด้วยไพ่แบล็กแจ็ก ไปปรับปรุงใช้ในการเล่นที่เนวาด้า และได้รับการยอมรับให้เป็นเกมส์การเดิมพันพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเกมส์ไพ่แบล็กแจ็กให้กับนักเดิมพันทั่วโลกได้รู้จัก จึงส่งผลให้ในเวลาต่อมาไพ่แบล็กแจ็กเป็นเกมส์การเดิมพันด้วยไพ่ที่ทุก ๆ บ่อนคาสิโนจะต้องมีการจัดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ และนำมาสู่การพัฒนาให้เป็นเกมส์ไพ่ออนไลน์ที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบัน

ข้อได้เปรียบและเสียเปรียบของเกมส์ไพ่แบล็กแจ็ก 

ในการลงเดิมพันเบื้องต้นเราเชื่อว่าเพื่อน ๆ นักเดิมพันน่าจะพอทราบกันมาบ้างแล้ว ซึ่งในการเล่นแบล็กแจ็กให้สามารถทำกำไรได้ดีนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เล่นจะต้องทำการศึกษาและเรียนรู้สูตรหรือเทคนิคการเดิมพันต่าง ๆ ให้มากที่สุด เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคาดเดาได้มากยิ่งขึ้น ฉะนั้นไม่ว่านักเดิมพันที่ต้องการเดิมพันในระยะสั้นหรือระยะยาว ย่อมมองหาความได้เปรียบและกำจัดจุดด้อยของเกมส์ให้ได้จากสถานการณ์ของเกมส์นั้น ๆ 

ข้อได้เปรียบของการเดิมพันเกมส์ไพ่แบล็กแจ็ก คือ การที่ผู้เล่นสามารถเพิ่มโอกาสด้วยการตัดสินได้มากกว่า 1 เท่า ในกรณีที่พิจารณาแล้วว่าในเกมส์มีช่องได้เปรียบอย่างชัดเจนและมั่นใจในผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยที่เพิ่มเงินเดิมพันได้ตามที่ต้องการ ในขณะเดียวกันนั้นเจ้ามือจะไม่มีโอกาสนี้อยู่ในมือ แถมคุณยังมีข้อได้เปรียบในการแยกไพ่ได้เป็นทั้งหมด 2 กอง หากพบว่ามีความน่าจะเป็นที่โดดเด่นกว่า ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้พอจะสรุปได้ว่าข้อได้เปรียบของเกมส์ไพ่แบล็กแจ็กคือ คุณได้ใช้การตัดสินใจโดยการอ้างอิงจากคณิตศาสตร์ร่วมด้วย

ในส่วนของข้อเสียเปรียบของเกมส์ไพ่แบล็กแจ็ก คือ ในกรณีที่ผู้เล่นเลือกที่จะหมอบไพ่ในครั้งแรกที่ได้รับไพ่ 2 ใบแรก เพราะนั่นเป็นการตัดสินใจที่เร่งด่วนและใจร้อนมากเกินไป ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคุณได้ไพ่ที่ต่ำกว่าคนอื่น ๆ ในทางกลับกันคุณอาจเป็นคนที่ถือไพ่เหนือว่าด้วยซ้ำ ทางที่ดีคือการมองชั้นเชิงอย่างมีแบบแผนก่อน ผ่านการจั่วไพ่ใบที่ 3 อาจเพิ่มโอกาสคว้ากำไรได้ในอัตรา 50:50 ก็ถือว่ายังมีลุ้นมากกว่าหมอบไพ่ไปดื้อ ๆ และเสียเงินเดิมพันไปแบบเปล่าประโยชน์

กฎการนับแต้มของไพ่แบล็กแจ็ก 

การนับแต้มไพ่แบล็กแจ็ก จะมีลักษณะที่คล้ายกับการนับไพ่ในเกมส์รูปแบบอื่น เพียงแต่ค่า J Q K และ 10 จะมีค่าเท่ากับ 10 แต้ม และการนับค่าของเกมส์นี้จะมีค่าตามตัวเลขคือ 

  • ไพ่ J, Q, K มีค่าเท่ากับ 10 
  • ไพ่ A  มีค่าเท่ากับ 1 หรือ 11 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในเกมส์นั้น ๆ
  • ไพ่ที่มีแต้มตั้งแต่ 2 ถึง 10 จะมีแต้มเท่ากับตัวเลขที่ระบุเอาไว้ในหน้าไพ่ 

เทคนิคการเล่นแบล็กแจ็ก 

วิธีเล่นไพ่แบล็กแจ็ก ให้ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจะมีวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก นั้นก็คือ การนับไพ่แบล็กแจ็ก ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำกำไรมากยิ่งขึ้น ซึ่งรูปแบบของการนับไพ่นั้น จะมีการนับไพ่ออกเป็น 2 ส่วน นั่นก็คือการแบ่งไพ่ เป็นไพ่ต่ำและไพ่สูง ซึ่งไพ่ต่ำได้แก่ไพ่ 2-6 และไพ่สูงคือ 10-K และ A เมื่อเรานับไพ่ 2 กลุ่มนี้แล้ว การเข้าไปวางเดิมพันก็จะทำให้มีโอกาสมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคาสิโนที่เราเข้าไปเดิมพันด้วยเช่นกัน เพราะด้วยรูปแบบของเกมส์ไพ่แบล็กแจ็กแต่ละคาสิโนจะมีความต่างกัน โดยปกติแล้วจะมีการใช้ไพ่ 4-8 สำรับ ดังนั้นจึงควรศึกษาเงื่อนไขดังกล่าวก่อนเดิมพัน


บทความที่เกี่ยวข้อง