ย้อนกลับ

คำว่า เงินเย็น คืออะไร ? ทำไมควรลงทุนการ พนัน ด้วยเงินเย็น ?


คำว่า "เงินเย็น" คืออะไร ? ทำไมควรลงทุนการ พนัน ด้วยเงินเย็น ?

เงินเย็น คือเงินที่คุณไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินในส่วนนี้ ไม่ใช่เงินที่กู้มา ไม่มีดอกเบี้ยติดพัน ไม่ใช่เงินที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นเงินที่ไม่ได้เดือดร้อนที่จะเสียไป สามารถใช้เป็นเงินลงทุนการ พนัน หรือลงทุนสิ่งที่ต้องการได้ที่ถ้าเสียไปก็ไม่เป็นไร เหมาะกับการนำไปลงทุนที่ใช้ระยะเวลานาน ๆ ไม่ต้องรีบตัดสินใจ มีเวลาศึกษาการลงทุน หรือถ้าขาดทุน คุณก็ใจเย็นพอที่จะศึกษาสถานการณ์หาสาเหตุหรือรอจนสถานการณ์ดีขึ้น เพื่อเปลี่ยนจากขาดทุนเป็นกำไร

เปรียบเทียบการลงทุนการพนันด้วยเงินเย็นและเงินร้อน

นิยามความหมายของคำว่า เงินร้อน และเงินเย็น คืออะไรบ้างไปดูกัน

เงินร้อน คืออะไร

– คือเงินที่จำเป็นต้องใช้ภายใน 5 ปี

แปลว่า ถ้าเอาเงินก้อนนี้ไปลงกับอะไร ต้องได้คืนมาอย่างไว ไม่งั้นเดือดร้อน

ทำให้ “เงินร้อน” ไม่เหมาะกับการนำไปลงทุนระยะยาว ที่มีการคืนทุนหลัง 5 ปีขึ้นไป

เพราะคุณอาจต้องมีความจำเป็นใช้เงินก้อนนี้ด่วน ทำให้ต้องรีบดึงเงินกลับมา

ผลคือการดึงเงินก้อนนี้กลับมาก่อนจะให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ = ไม่คุ้มทุน  หรืออาจขาดทุนด้วยซ้ำ หรืออีกทางที่แน่กว่าคือดึงเงินกลับมาไม่ได้ ไม่ทัน ทำให้สูญเสียโอกาส

เงินเย็นคืออะไร

– คือเงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้ภายใน 5 ปี

แปลว่า ถ้าเอาเงินก้อนนี้ไปลงกับอะไร ไม่จำเป็นต้องรีบเอาเงินคืนมา เพราะไม่ได้เดือดร้อน

ทำให้ “เงินร้อน” เหมาะกับการนำไปลงทุนระยะยาว ที่มีการคืนทุนหลัง 5 ปีขึ้นไป

การที่คุณไม่มีความจำเป็นใช้เงินก้อนนี้ด่วน ทำให้สามารถทิ้งเงินเย็นไว้ให้เติบโตงอกงามได้เต็มที่

และเมื่อเจอกับโอกาสขาดทุน คุณก็ใจเย็นพอจะรอให้สถานการณ์ดีขึ้น จนเปลี่ยนจากขาดทุนเป็นกำไรได้

เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ในการลงทุนเล่นเกมพนัน

เงินเย็น ที่ใช้ในการลงทุนเกม พนัน ถือว่าผู้เล่นใช้เงินที่สำรองไว้อยู่แล้ว ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่หากจะเสียเงินส่วนนี้ไป จะได้กำไรหรือเสียกำไรก็ขึ้นอยู่ที่ฝีมือและความชำนาญในการเล่นเกมพนัน

เงินร้อน ที่ใช้ในการลงทุนเกมพนัน เป็นเงินที่อยู่กับตัวเราได้ไม่นาน จะต้องมีเหตุให้นำไปใช้จ่ายส่วนต่างตลอด มีข้อจำกัดในการใช้ หากหมดเงินส่วนนี้ก็คือหมดตัว เหตุนี้จึ้งเรียกว่าเงินร้อน ไม่เหมาะที่จะนำมาลงทุนเกมพนันอย่างยิ่ง

การลงทุนกับการพนัน

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจความหมายของการลงทุนก่อน เพราะว่าการลงทุนแบบธรรมดากับการลงทุนในการพนัน จะได้ผลตอบแทนไม่เหมือนกัน

การลงทุนแบบทั่วไป หมายถึงการนำเงินไปสร้างเป็นทุนเพื่อหากำไร เป็นการนำเงินที่เก็บออมไปสร้างผลตอบแทน ให้เติบโตมากกว่าเงินออม เพื่อเพิ่มค่าของเงินให้สูงขึ้นทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลกำไรหรือผลตอบแทนจากการลงทุน ที่มีรายได้ในรูปแบบของดอกเบี้ย เงินปันผล กำไร ฯลฯ

การลงทุนในการพนัน คือ การลงทุนโดยมีเงินปันผลเป็นส่วนประกอบหลักของผลตอบแทนที่เรียกว่า เงินกำไรจากการเล่นการพนัน ผลตอบแทนที่จะได้รับนั้นต่างจากการลงทุนแบบทั่วไป โดยมีความเสี่ยงทั้งการได้เงินและการเสียเงิน การพนันเป็นความเสี่ยงดวงระยะสั้น หากโชคไม่เข้าข้างแล้วล่ะก็จะต้องสูญเสียเงินที่พนันไปทั้งหมด

3 ปัจจัยหลักของความแตกต่างระหว่างการลงทุนและการพนัน

1.ผลตอบแทน

การลงทุนในหุ้นเปรียบเหมือนเป็นเจ้าของกิจการ ที่รอผลตอบแทนของการลงทุนไว้ จากกำไรเติบโตขึ้นในอนาคตและเพิ่มมูลค่าที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

ในส่วนของการลงทุนการพนัน ที่มีได้และก็มีเสีย หากโชคเข้าข้างผลกำไรที่ได้ก็อาจจะสูงขึ้นเป็นบางครั้ง หากมีส่วนเสียก็อาจจะเสียเงินทุนและกำไรที่พนันทั้งหมดเลยก็ได้

2.ระยะเวลา

การลงทุนใช้เวลานานเป็นปี กว่าจะได้เงินปันผลของกำไร

ส่วนการลงทุนพนันใช้เวลาระยะเวลาสั้น ก็สามารถได้ผลกำไรได้แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงด้วย

3.ปัจจัยของความสำเร็จ

การลงทุนนั้นอยู่ที่วินัยในการลงทุน อดทนต่อการเกิดการผันผวนของหุ้น ศึกษาให้ชำนาญว่าควรลงทุนในอะไร ราคาที่ควรลงทุนเท่าไหร่

ส่วนการลงทุนพนัน ปัจจัยที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการพนัน คือการศึกษาวิธีการเล่นเกมพนันให้ชำนาญ เทคนิคและสูตรต่างๆ เริ่มลงทุนที่เงินจำนวนน้อยๆ เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก

หลักการพื้นฐานที่เกี่ยวกับ ผลตอบแทนและความเสี่ยง

 ผลตอบแทน หมายถึง จำนวนเงินที่เราได้รับการตอบแทนในระยะเวลาที่เราถือครองสินทรัพย์ลงทุน มี 2 ส่วนใหญ่ๆ คือรายได้ระหว่างการถือครองสิ่งที่ทำกำไรให้เรา และกำไร (ขาดทุน)

ความเสี่ยง หมายถึง ความไม่แน่นอนที่จะได้รับผลตอบแทน โดยดูได้จากความผันผวนของอัตราผลของการตอบแทนในอดีต ว่ามีมากน้อยเพียงใด

เรียนรู้คำศัพท์ ที่เกี่ยวกับการเงิน มี 15 ข้อ ดังนี้

1.     CASH คือ เงินสด เงินประเภทใดก็ได้ ตั๋วแลกเงินหรือเหรียญ

2.     BANK คือ เงินในรูปแบบกระดาษ ที่เรียกว่า ธนบัตร

3.     INCOME คือ จำนวนเงินที่บุคคลมีรายได้ต่อเดือนหรือต่อปี เรียกว่าเป็นเงินรายได้

4.     THRIFTY คือ การประหยัด การใช้เงินอย่างระมัดระวัง

5.     BUDGET คือ จำนวนเงินที่มีให้จ่าย โดยได้ตั้งงบประมาณรายเดือนหรือรายสัปดาห์ เรียกว่า งบประมาณ

6.     CREDIT คือ เมื่อคุณซื้อของอย่างเพลิดเพลินกับบริการที่มีสัญญาว่าจะจ่ายในอนาคต สิ่งเหล่านี้เรียกว่า เครดิต

7.     DEBT คือ หนี้สินที่คุณต้องชดใช้ ไม่ว่าจะใช้กับบุคคลหรือบริษัท

8.     CURRENCY คือ ใช้เป็นชื่อเรียกสกุลเงินของแต่ละประเทศ เช่น เงินปอนด์ เงินดอลล่า เงินเยน เป็นต้น

9.     RECESSION คือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

10.   PROFIT/LOSS คือ กำไร/ขาดทุน คือจำนวนเงินที่ได้มาหลังจากการหักลบต้นทุนจากยอดขายทั้งหมด