ย้อนกลับ

บาคาร่าวัวเล่นยังไง มีอัตราการจ่ายเท่าไหร่ ?


บาคาร่าวัวเล่นยังไง มีอัตราการจ่ายเท่าไหร่ ?

หลายคนที่เคยเล่นบาคาร่าก็คงจะรู้จัก บาคาร่าวัว หรือ Cow Cow Baccarat กันอยู่บ้าง ซึ่งบาคาร่าวัวเป็นเกมไพ่ที่คล้ายกับการเล่นบาคาร่าปกติ ระยะเวลาการเล่นแต่ละเกมก็สั้น ๆ ใช้เวลาไม่นาน แต่มีข้อแตกต่างในการเล่นที่ไม่เหมือนกับการเล่นบาคาร่าอยู่เล็กน้อย ซึ่งเราจะพาไปทำความรู้จักและทำความเข้าใจวิธีการเล่นบาคาร่าวัวกันค่ะ

กติกาการเล่นบาคาร่าวัว 

การเล่นไพ่บาคาร่าวัวจะใช้ไพ่ 1 สำรับ จำนวน 52 ใบ โดยไม่ใช้ไพ่โจ๊กเกอร์ กติกาการเล่นจะคล้ายกับการเล่นบาคาร่าปกติคือการเลือกทายว่าฝั่งใดจะเป็นฝั่งชนะ ระหว่างฝั่ง Banker (เจ้ามือ) กับฝั่ง Player (ผู้เล่น) โดยการเล่นบาคาร่าวัวแต่ละตาจะเล่นจบเร็วกว่าบาคาร่าปกติ การตัดสินแพ้ – ชนะ ก็ดูว่าฝั่งไหนมีแต้มมากกว่ากันก็จะชนะไป แค่นั้นเองค่ะ

* หากฝั่งไหนได้ไพ่ป๊อก 9 อีกฝั่งจะจั่วไพ่เพิ่มไม่ได้ ซึ่งฝั่งที่ได้ป๊อก 9 จะชนะไปทันที

วิธีการเล่นบาคาร่าวัว

  • ลำดับแรกดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่วางไว้ 2 ฝั่ง คือฝั่ง Banker กับฝั่ง Player ฝั่งละ 2 ใบ
  • สามารถจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มได้เหมือนกับไพ่บาคาร่าปกติ
  • จากนั้นผู้เล่นวางเดิมพัน โดยสามารถวางเดิมพันฝั่ง Banker ฝั่ง Player หรือเสมอได้เลย
  • เมื่อวางเดิมพันเสร็จแล้วดีลเลอร์จะทำการเปิดไพ่เพื่อดูผลแพ้ – ชนะ

การนับแต้ม

  • แต้มต่ำสุดของบาคาร่าวัวคือ 0 แต้ม ส่วนแต้มมากที่สุดก็คือ 9 แต้ม
  • ไพ่ A จะมีค่า 1 แต้ม
  • ไพ่ J, Q, K จะมีค่า 0 แต้ม
  • ไพ่ 2 – 10 จะมีค่าตามตัวเลขหน้าไพ่

สูตรการเดิมพันแบบไม้

การเล่นบาคาร่าวัวสำหรับมือใหม่อาจจะต้องมีแนวทางในการวางเดิมพัน ซึ่งสูตรการวางเดิมพันที่แนะนำคือ การวางเดิมพันแบบไม้ คือการแบ่งเงินเดิมพันออกเป็น 5 หน่วย แบบคูณสอง เช่น 100, 200, 400, 800, 1600 โดยจะมีโอกาสในการเล่นทั้งหมด 5 ครั้ง และให้ลงเดิมพันในฝั่ง Player เท่านั้น เนื่องจากไม่เสียค่าต๋ง ซึ่งการเล่นในลักษณะนี้จะมีโอกาสชนะสูงมาก คือ 1 ใน 5 แต่ผู้เล่นจะต้องกำหนดเป้าหมายในการเล่นแต่ละครั้งให้ชัดเจนและทำตามอย่างเคร่งครัด ว่าต้องการเล่นให้ได้กำไรเท่าไหร่ เมื่อได้ตามเป้าแล้วก็ให้หยุดเล่นทันที

อัตราการจ่าย

สิ่งหนึ่งที่ทำให้การเล่นบาคาร่าวัวแตกต่างจากบาคาร่าปกติก็คืออัตราการจ่ายเงินนี่แหล่ะค่ะ โดยอัตราการจ่ายเงินของบาคาร่าวัวจะจ่ายมากกว่า คือ

  • เมื่อลงเดิมพันฝั่ง Player หากผลออกมาเป็น Player 7 แต้ม Banker 6 แต้ม อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 7
  • ลงเดิมพันฝั่ง Player ผลออกมาเป็น Player 7 แต้ม Banker 8 แต้ม ก็คือแพ้ ต้องเสียเงินเดิมพันในอัตรา 1 : 8
  • ลงเดิมพันฝั่ง Banker หากผลออกมาเป็น Player 5 แต้ม Banker 9 แต้ม หมายความว่า banker ชนะป๊อก 9 อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 : 9

ข้อดีของการเล่นบาคาร่าวัว

  • เล่นง่าย เหมาะกับผู้เล่นที่ไม่ชอบการนับไพ่แบบไพ่ใหญ่ไพ่เล็ก
  • ใช้ไพ่เพียงแค่ 1 สำรับ ทำให้จำไพ่ได้ง่ายว่าไพ่ไหนเคยออกไปแล้วบ้าง
  • การเล่นเป็นแบบเกมเร็ว ได้เงินไว 
  • การเล่นบาคาร่าวัวจะมีอัตราการจ่ายเงินที่สูง โดยมีอัตราการจ่ายมากที่สุดคือ  9 เท่า

ข้อแตกต่างของบาคาร่าวัวกับบาคาร่าปกติ

  • บาคาร่าปกติจะใช้ไพ่ 4 – 8 สำรับ ส่วนบาคาร่าวัวใช้แค่ 1 สำรับ
  • ในเรื่องของอัตราการจ่ายเงิน บาคาร่าวัวจะจ่ายเงิน 7 – 9 เท่า ในกรณีลงเดิมพันฝั่ง Player หรือฝั่ง Banker แต่บาคาร่าปกติจะจ่ายแค่ 1 เท่า
  • โอกาสเสมอในเกมไพ่บาคาร่าวัวมีน้อยกว่าไพ่บาคาร่าแบบปกติ

เทคนิคการเล่นบาคาร่าวัวสำหรับมือใหม่

สำหรับมือใหม่ที่กำลังจะเริ่มเล่นบาคาร่าวัว มีเทคนิคในการเล่นคือ อย่างแรกให้ใช้วิธีการจดไพ่ที่ออกแต่ละครั้ง จะทำให้สามารถเดาไพ่ได้ง่ายขึ้น โดยจำไว้ว่าไพ่ 1 ตัว จะมี 4 ดอก ถ้ามีไพ่ไหนออกไปแล้ว ก็สามารถรู้ว่าไพ่ที่เหลืออยู่ในสำรับมีอะไรบ้าง ทำให้เดาได้ว่าควรลงเดิมพันฝั่งไหน เช่น ไพ่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 ออกมาหลายรอบแล้ว แต่ 9 ยังไม่ออก ก็เดาได้ว่าในกองไพ่ที่เหลือจะมี 9 อยู่ โอกาสที่ไพ่จะออกมาเป็น 9 เสมอกันก็เป็นไปได้สูง เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม การเล่นบาคาร่าวัวโอกาสที่จะเสมอกันมีน้อยมาก ๆ เพราะใช้ไพ่เพียงแค่สำรับเดียวนั่นเอง
การเล่นไพ่บาคาร่าวัวมีวิธีการเล่นที่ง่าย และเล่นสนุกเหมาะกับผู้เล่นที่ไม่ค่อยวางเดิมพันเสมอ เพราะโอกาสเสมอจะมีออกมาน้อยมาก ๆ ซึ่งผู้เล่นที่อ่านบทความนี้จบก็สามารถเข้าใจวิธีการเล่นบาคาร่าวัว รวมถึงมีเทคนิคการเล่นบาคาร่าวัวกันแล้ว การจะเอาชนะในเกมได้ก็ต้องไปฝึกเล่นในสนามจริงเพื่อให้เกิดความชำนาญ โดยสามารถเข้าไปเล่นกันได้ที่ Sexy365 รับรองว่าจะสามารถเอาชนะเกมบาคาร่าวัวได้อย่างแน่นอน