ย้อนกลับ

ความต่างบาคาร่าคอมมิชชั่นและไม่มีคอมมิชชั่น


ความต่างบาคาร่าคอมมิชชั่นและไม่คอมมิชชั่น

ในการเล่นบาคาร่า นักพนันหลายคนคงจะเคยเห็นคำว่า ‘คอมมิชชั่น’ ปรากฏตามโต๊ะบาคาร่าผ่านตาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งอาจทำให้นักพนันหลายคนโดยเฉพาะนักพนันมือใหม่เกิดความสงสัยว่ามันคืออะไร หมายความว่าอย่างไร วันนี้ Sexy365 จะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับคอมมิชชั่นให้หายสงสัยกัน ซึ่งบทความนี้จะพามาเจาะลึกเฉพาะคอมมิชชั่นให้กระจ่างไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

คอมมิชชั่นในเกมส์บาคาร่าคืออะไร 

ในการเล่นบาคาร่าจะมีการวางเดิมพันได้ในฝั่งเพลเยอร์ (Player) ฝั่งแบงเกอร์ (Banker) หรือวางเดิมพันเสมอ (Tie) ซึ่งอัตราการจ่ายเงินของฝั่งเพลเยอร์ (Player) และฝั่งแบงเกอร์ (Banker) จะไม่เท่ากัน โดยอัตราการจ่ายเงินเมื่อวางเดิมพันฝั่งเพลเยอร์ (Player) คือ 1 : 1 เช่น วางเดิมพัน 100 บาท ก็จะได้กำไร 100 บาท ส่วนอัตตราการจ่ายเงินเดิมพันฝั่งแบงเกอร์ (Banker) จะอยู่ที่ 1 : 0.95 เท่านั้น หมายความว่าจะโดนหักไป 5% เช่น วางเดิมพัน 100 บาท จะได้กำไรอยู่ที่ 95 บาท ซึ่งจุดนี้เองที่อาจทำให้นักพนันหลายคนสงสัยว่า 5% ที่ผู้เล่นควรจะได้นั้นทำไมถึงถูกหักไป หักไปเพื่ออะไร แล้วใครได้เงินในส่วนนี้ไป ทั้งที่โอกาสแพ้ชนะของทั้งสองฝั่งมีเท่ากันคือ 50 : 50 

เหตุผลคือ แม้ว่าในแต่ละเกมส์อัตราการแพ้ชนะของแต่ละฝั่งไม่เท่ากัน แต่ในระยะยาวของเกมส์คาสิโนจะมีจำนวนการแพ้ชนะของทั้งสองฝั่งใกล้เคียงกัน ดังนั้น ค่าคอมมิชชั่น 5% ที่ถูกหักไปนั้น ก็เพื่อให้เป็นรายได้ของคาสิโน ซึ่งแปลได้ง่าย ๆ ว่าคาสิโนเป็นผู้ได้ผลประโยชน์นั่นเอง

ค่าคอมมิชชั่น 5% มากหรือน้อยอย่างไร 

การที่ผู้เล่นที่เลือกเดิมพันฝั่งแบงเกอร์ (Banker) ถูกหักเงินเดิมพันไป 5% ทุกครั้งที่ลงเดิมพันเหมือนว่าจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากมองในระยะยาวจะเห็นได้เลยว่าคาสิโนได้เงินจากตรงนี้ไปเยอะมากเหมือนกัน เช่น หากมีผู้เล่น 100 คน แต่ละคนวางเงินเดิมพันคนละ 10,000 บาท คาสิโนหักค่าคอมมิชชั่น 5% ไว้ ก็จะเท่ากับว่าคาสิโนได้เงินจากค่าคอมมิชชันตรงนี้ไป 50,000 บาทเลยทีเดียว ลองคิดดูว่าถ้าเป็นบ่อนคาสิโนหรือเว็บคาสิโนใหญ่ ๆ ที่มีผู้เล่นเยอะ และมีผู้เล่นกระเป๋าหนักลงเดิมพันทีละมาก ๆ คาสิโนก็จะยิ่งได้ค่าคอมมิชชั่นนี้ไปมากมายขนาดไหน แต่หากศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ให้ลึกลงไปในทางคณิตศาสตร์แล้ว การเลือกลงเดิมพันในฝั่งแบงเกอร์ (Banker) จะมีความได้เปรียบกว่าการลงเดิมพันในฝั่งของเพลเยอร์ (Player) อยู่เล็กน้อย อาจจะคิดได้ว่าการโดนหักค่าคอมมิชชั่นก็เป็นอะไรที่หยวน ๆ กันไป 

บาคาร่าไม่มีคอมมิชชั่น

การเล่นบาคาร่าแบบมีคอมมิชชัน ส่วนมากแล้วจะถูกตั้งเป็นค่าพื้นฐานไว้กับทุกเว็บคาสิโนออนไลน์อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีเว็บคาสิโนออนไลน์บางเว็บที่ให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นบาคาร่าแบบมีคอมมิชชั่นหรือแบบไม่มีคอมมิชชั่นก็ได้ โดยจะมีกติกาของแต่ละรูปแบบเพิ่มเติมเข้ามา คือ    

แบบมีคอมมิชชั่น

ก็ตามที่ได้อธิบายไปตอนต้นบทความแล้ว คือ การเล่นบาคาร่าแบบมีคอมมิชชั่นก็จะถูกหัก 5%  ให้กับคาสิโน

แบบไม่มีคอมมิชชั่น  

จะมีกติกาการเล่นไพ่บาคาร่าเหมือนกับการเล่นแบบมีคอมมิชชั่นปกติทุกอย่าง รวมถึงมีอัตราการจ่ายเงินที่เหมือนกัน คือ เมื่อลงเดิมพันฝั่งเพลเยอร์ (Player) ชนะก็จะได้เงินในอัตรา 1 : 1 ปกติ แต่จะมีอัตราการจ่ายฝั่งแบงเกอร์ (Banker) ในบางกรณีที่ต่างออกไป โดยอธิบายเป็น 2 ส่วนดังนี้ 

  • หากเดิมพันฝั่งแบงเกอร์ (Banker) แล้วชนะ อัตราการจ่ายเงินจะอยู่ที่ 1 : 1 เหมือนกับจ่ายฝั่งเพลเยอร์ (Player) 
  • แต่หากฝั่งแบงเกอร์ (Banker) ชนะ จากการได้แต้มหน้าไพ่รวมกันแล้วได้ 6 แต้ม จะมีอัตราการจ่ายเงินอยู่ที่ 1 : 0.5 หรือได้ครึ่งหนึ่งจากเงินเดิมพัน เช่น ลงเดิมพัน 1,000 บาท จะได้กำไร 500 บาท 

หลังจากทำความเข้าใจกันได้แล้ว นักพนันหลายคนก็คงกระจ่างแจ้งกันแล้วว่า บาคาร่าคอมมิชชั่นกับบาคาร่าไม่มีคอมมิชชั่นมีความแตกต่างกันอย่างไร อย่างไรก็ตาม กติกาและวิธีการวางเดิมพันระหว่างบาคาร่าคอมมิชชั่นกับบาคาร่าไม่มีคอมมิชชั่นก็ยังคงเหมือนกัน จะมีความแตกต่างกันที่อัตราจ่ายในกรณีของฝั่งแบงเกอร์ (Banker) ที่ชนะด้วยแต้มรวม 6 แต้มเท่านั้น ซึ่งในเว็บคาสิโนออนไลน์บางเว็บก็ให้เลือกเดิมพันได้ด้วยว่าแบงเกอร์ (Banker) จะออก 6 แต้มหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรหากมองไปในระยะยาวแล้วคาสิโนก็ยังได้เปรียบกว่าอยู่ดี