ย้อนกลับ

การพนันกับวิวัฒนาการในประเทศไทย


การพนันกับวิวัฒนาการในประเทศไทย

ในปัจจุบันคาสิโนและการพนันอาจจะเป็นสิ่งกฎหมายในประเทศไทย แต่รู้ไหมว่าในสมัยก่อนนั้นการเล่นพนันเป็นสิ่งที่ปกติมาก ๆ ในประเทศไทย และไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายอีกด้วย เราจะพามาย้อนประวัติศาสตร์กันดูว่าการพนันมีวิวัฒนาการและความเป็นมาอย่างไรในประเทศไทย

ประวัติศาสตร์ของการพนัน

จุดกำเนิดของการเล่น พนัน มีหลักฐานพบว่า จุดเริ่มต้นมาจากประเทศจีน เมื่อราว ๆ 100 ปี ก่อนคริสต์ศักราช แล้วก็มีการเผยแพร่ไปยังอินเดียจากการติดต่อค้าขายกันในเส้นทางสายไหม ผ่านอาณาจักรบาบิโลน จากนั้นก็ขยายไปแถบตะวันตก เช่น กรีก โรมัน และประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ซึ่งเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้างโดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศสและเยอรมัน ซึ่งประเทศที่ออกกฎหมายบังคับใช้เกี่ยวกับการพนันได้สำเร็จเป็นประเทศแรกคือ ประเทศอังกฤษ (ค.ศ.1541)

ความเป็นมาและวิวัฒนาการของพนันในประเทศไทย

สำหรับความเป็นมาและวิวัฒนาการของพนันในประเทศไทย ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนว่าเริ่มต้นในสมัยใด แต่มีหลักฐานที่ปรากฏเด่นชัดในการเล่นพนันของคนไทยก็คือสมัยอยุธยา คาดว่าเป็นยุคสมัยของพระเจ้าปราสาททองหรือยุคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งมีการเล่นการพนันที่ชื่อว่า กำตัด แต่อีกทางหนึ่งนั้นก็เชื่อกันว่าการพนันเข้ามาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้วจากการติดต่อค้าขายกับประเทศจีน เพียงแค่ไม่ได้มีบันทึกเป็นหลักฐานไว้ ซึ่งการพนันที่เล่นกันในขณะนั้นก็คือ ถั่วโป (หรือกำถั่วในปัจจุบันนั่นเอง) ฉะนั้นก็อาจจะกล่าวได้ว่า ความเป็นมาในการเล่นการพนันของคนไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้วนั่นเอง 

การเก็บภาษีการพนันในไทย

การเริ่มเก็บภาษีการ พนัน เริ่มเก็บในสมัยอยุธยา เนื่องจากราษฎรนิยมเล่นการพนันกันอย่างแพร่หลายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บ่อนการพนันเป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ราษฎรเข้ามาเล่นเพื่อความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งยังเกิดความเจริญในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น หากมีบ่อนไปเปิดที่ไหน ที่นั่นก็จะกลายเป็นชุมชนขนาดย่อม เพราะมีหาบเร่ของกิน ร้านรวงต่าง ๆ มาเปิดกันมากมาย จนพระเจ้าบรมโกศทรงเห็นช่องทางหาเงินเพื่อนำเงินมาช่วยราชการ จึงให้มีการเก็บค่าธรรมเนียม (ภาษี) จากเจ้าของบ่อน ซึ่งเรียกว่า อากรบ่อนเบี้ย โดยภาษีอากรบ่อนเบี้ยที่เก็บได้สูงถึง 400,000 บาทต่อปี หากเทียบกับค่าเงินในสมัยนั้นคือเป็นจำนวนที่สูงมากทีเดียว ซึ่งระบบการเก็บอากรบ่อนเบี้ยนี้ก็ยังคงใช้กันมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ 

จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 4  ได้มีการเพิ่มการเก็บภาษีพนันเพิ่มมาอีกภาษีหนึ่ง ซึ่งเป็นภาษีนอกเหนือจากภาษีอากรบ่อนเบี้ย จุดประสงค์ก็เพื่อเป็นการแสวงผลประโยชน์มากกว่าเป็นการจำกัดหรือควบคุมการเล่นพนัน ประกอบกับการเล่นพนันได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ราษฎรตามหัวเมืองใกล้กรุงเทพฯต่างนั่งรถไฟเพื่อเข้ามาเล่นการพนันกันอย่างคับคั่ง ถึงกับต้องมีการจัดรถไฟขบวนเสริมเลยทีเดียว เมื่อเป็นเช่นนั้นราษฎรส่วนใหญ่จึงหมกมุ่นอยู่กับการเล่นพนันจนฐานะยากจนลง อีกทั้งมีเหตุอาชญากรรมที่เป็นผลพวงมาจากการเล่นพนันเกิดขึ้นมากมาย 

การจำกัดและควบคุมการเล่นพนันในไทย

เมื่อประชาชนหมกมุ่นกับการเล่นพนันและเกิดอาชญากรรมมากมาย ทางราชการจึงเริ่มมีการจำกัดและควบคุมการเล่นการพนันในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 4 โดยทยอยปิดบ่อนการพนันหลายแห่ง และมีการจำกัดการเล่นพนันให้น้อยลง หลังจากนั้น ในสมัยรัชกาลที่ 7 ก็ได้มีกฎหมายเกี่ยวกับการพนันขึ้นมาเพื่อควบคุมการเล่นการพนันของราษฎร โดยกฎหมายเกี่ยวกับการพนันถูกบังคับใช้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2472 

จากวิวัฒนาการของการพนันในไทยจะเห็นได้เลยว่าการเล่นพนันในประเทศไทยเคยถูกกฎหมายมาก่อน แต่ด้วยความขาดการควบคุมจึงต้องสร้างกฎหมายเพื่อมาควบคุม เพราะการพนันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากเล่นแบบไม่หมกมุ่นกับมันเกินไป รู้จักแบ่งเวลาและมีแผนในการเล่น ก็จะไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น